โพสต์โดย : Admin เมื่อ 1 ก.ค. 2569 15:36:00 น. เข้าชม 97 ครั้ง
| อังกฤษ
|
![]()
1 ก.ค. 2569 |
ดีอาร์ คองโก
|

"ราชสีห์คำราม" หวังเช็กบิล ดวลเดือด "เสือดาว" ผู้ท้าชิงแอฟริกา
บอลโลก 2026 | อังกฤษ VS ดีอาร์ คองโก(สนามกลาง) | รอบ 32 ทีม | วันพุธที่ 01 กรกฎาคม 2026 | เวลา 23:00 น.
พรีวิว
แฟนบอลชาว อังกฤษ ต่างรีบเดินทางกลับบ้านเพื่อรอชมทีม "ราชสีห์คำราม" ลงสนามแข่งขันในศึก บอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ณ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม โดยทีมของ โธมัส ทูเคิล ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์ กลุ่ม L แม้ว่าจะยังไม่สามารถลบข้อกังขาจากแฟนบอลได้ทั้งหมดก็ตาม ขณะที่คู่แข่งจากทวีปแอฟริกาอย่าง ดีอาร์ คองโก ผ่านเข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุดที่มีอันดับโลกสูงสุด
แมตซ์ พรีวิว
อังกฤษ
ก่อนที่เกมระหว่าง ปานามา กับ อังกฤษ จะเริ่มต้นขึ้น ทีม "ราชสีห์คำราม" ทราบสถานการณ์ดีอยู่แล้วว่าผลการแข่งขันคู่อื่นในค่ำคืนวันศุกร์เป็นใจ ทำให้พวกเขาจะไม่ตกรอบอย่างแน่นอนแม้ว่าจะพลาดท่าแพ้แบบช็อคโลกก็ตาม แต่พวกเขายังต้องแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ กลุ่ม L ในนัดสุดท้าย ซึ่งทั้ง โครเอเชีย และ กาน่า ต่างมีโอกาสแซงขึ้นหน้าได้ และลูกทีมของ โธมัส ทูเคิิล ก็โชว์ฟอร์มในช่วงครึ่งแรกได้อย่างเฉื่อยชาในการเจอกับทีมที่พวกเขาเคยถล่มมา 6-1 ในศึก รัสเซีย 2018 อย่างไรก็ตาม บรรดานักเตะระดับโลกของ อังกฤษ ก็มาแผลงฤทธิ์ในครึ่งเวลาหลัง เมื่อ แฮร์รี่ เคน ทำสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลใน บอลโลก ของประเทศ ก่อนที่ จู๊ด เบลลิงแฮม จะมายิงประตูตอกฝาโลงช่วยให้ทีมชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 แม้ว่าฟอร์มการเล่นของทีมจะไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็น้อยครั้งที่ทีมระดับแชมป์โลกจะชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาปกติหรือต่อเวลาพิเศษ โดยมีเพียง อุรุกวัย 1930, อิตาลี 1938, บราซิล 1970 และ บราซิล 2002 เท่านั้น นอกจากนี้ โธมัส ทูเคิิล ยังคงรักษาสถิติไม่แพ้ใครในเกมอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่คุมทีม อังกฤษ มา โดยชนะ 10 เสมอ 1 จาก 11 นัด ซึ่งมีเพียง รอน กรีนวูด และ รอย ฮอดจ์สัน ที่ทำสถิติไร้พ่ายยาวนานกว่านี้หากไม่นับการดวลจุดโทษ
ดีอาร์ คองโก
ทีม "เสือดาว" ยังไม่เคยตกเป็นฝ่ายตามหลังในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่หลังจากที่พวกเขาตามตีเสมอ โปรตุเกส ในเกมนัดเปิดสนามได้ พวกเขาก็ทำได้ดียิ่งขึ้นในเกมสำคัญกับ อุซเบกิสถาน โดยหลังจากโดน เอลดอร์ โชมูโรดอฟ ยิงให้ทีมตามหลัง 1-0 ในช่วง 10 นาทีแรก ทีมก็กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งในครึ่งหลัง จากการเหมาคนเดียวสองประตูของนักเตะตัวเก่งอย่าง โยอัน วิสซ่า และอีกหนึ่งประตูจาก ฟิสตัน มาเยเล่ ช่วยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศ ในการแข่งขัน บอลโลก ครั้งแรกในนาม ดีอาร์ คองโก พวกเขาขยับเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่เคยตกรอบแบ่งกลุ่มในฐานะทีม ซาอีร์ เมื่อปี 1974 ด้วยความพ่ายแพ้ 3 นัดรวด โดยมี ชานเซล เอ็มเบมบ้า กองหลังตัวกลางจากทีม ลีลล์ และกัปตันทีมที่ลงเล่นเกิน 100 นัดเป็นแกนหลักและได้รับความเคารพอย่างสูง ซึ่งความทุ่มเทของเขาทำให้ครองใจแฟนบอลยุคนี้เหนือกว่า ปิแอร์ เอ็นดาย มูลัมบา ไปแล้ว ลูกทีมของ เซบาสเตียน เดซาเบร ทำแต้มตามหลัง โปรตุเกส เพียงคะแนนเดียว และเข้ารอบด้วยสถิติติมอันดับสามที่ดีที่สุดด้วยการมี 4 คะแนนพร้อมลูกได้เสียเป็นบวก ซึ่งหากพวกเขาพลิกล็อกเอาชนะ อังกฤษ ในการพบกันครั้งแรกนี้ได้ ก็จะเข้าไปพบกับ เม็กซิโก หรือ เอกวาดอร์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะมีโอกาสเจอกับแชมป์ 5 สมัยอย่าง บราซิล ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ฟอร์มล่าสุด
อังกฤษ (บอลโลก) : ชนะ เสมอ ชนะ
อังกฤษ (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ
ดีอาร์ คองโก (บอลโลก) : เสมอ แพ้ ชนะ
ดีอาร์ คองโก (ทุกรายการ) : ชนะ เสมอ แพ้ เสมอ แพ้ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
อังกฤษ
เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแคมป์ทีม "ราชสีห์คำราม" คือตำแหน่งแบ็กขวา หลังจากที่ จาเรลล์ ควอนซาห์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากเกมพบ ปานามา และต้องเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัวตามหลัง รีซ เจมส์ ไปอีกคน แม้ว่า โธมัส ทูเคิิล จะมองโลกในแง่ดีว่ากองหลังชากทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะกลับมาซ้อมได้ในอีกไม่กี่วัน แต่กับในรายของ รีซ เจมส์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งนั้นคงไม่ทัน ทำให้ เจด สเปนซ์ จะได้รับโอกาสลงสนามในวันพุธนี้อย่างแน่นอน ส่วนทางด้าน บูกาโย ซาก้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด น่าจะฟิตสมบูรณ์พอที่จะลงทำหน้าที่ในตำแหน่งริมเส้น ขณะที่ แฮร์รี่ เคน ดาวยิงจาก บาเยิร์น มิวนิค กำลังลุ้นทำลายสถิติยิงประตูในรอบน็อคเอาท์ บอลโลก ของ แกรี่ ลินิเกอร์ หลังจากทำไปแล้ว 3 ประตู ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของตำนานวัย 65 ปี
ดีอาร์ คองโก
ทีม "เสือดาว" ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บรบกวนก่อนเกมประวัติศาสตร์นี้ โดย เซบาสเตียน เดซาเบร อาจจะปรับระบบกลับไปใช้แผน 5-3-2 เหมือนในเกมที่พบกับ โปรตุเกส และ โคลอมเบีย หลังจากที่ปรับมาใช้ 4-4-2 ในเกมชนะ อุซเบกิสถาน ซึ่งคาดว่ากองหน้าอย่าง ไบรอัน ซิเพนก้า จะต้องหลีกทางให้กับกองหลังตัวกลางอย่าง สตีฟ คาปูอาดิ ขณะที่แดนหน้า ฟิสตัน มาเยเล่ มีลุ้นเบียดลงสนามหลังจากทำประตูได้ในเกมนัดที่สาม แต่คาดว่ากุนซือยังคงเลือกใช้ความเก๋าของ เซดริก บากัมบู ในวัย 35 ปี ยืนล่าตาข่ายร่วมกับ โยอัน วิสซ่า ดาวยิงที่ยิงใน บอลโลก หนนี้ไปแล้ว 2 ประตู ซึ่งมากกว่าจำนวนประตูที่เขาทำได้ตลอดฤดูกาล 2025-26 ในศึก พรีเมียร์ลีก เสียด้วยซ้ำ
คาดการณ์ผู้เล่น
อังกฤษ : พิคฟอร์ด; สเปนซ์, คอนซ่า, เกฮี, โอไรลีย์; แอนเดอร์สัน, ไรซ์; ซาก้า, เบลลิงแฮม, แรชฟอร์ด; เคน
ดีอาร์ คองโก : เอ็มปาซี-นซู; วาน-บิสซาก้า, ตวนเซเบ้, เอ็มเบมบ้า, คาปูอาดิ, มาซูอาคู; มูตูซามี่, ซาดิกิ, คาเยมเบ้; วิสซ่า, บากัมบู
วิเคราะห์คาดการณ์
ทีม "ราชสีห์คำราม" ของกุนซือ โธมัส ทูเคิล สามารถผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการเป็นแชมป์ กลุ่ม L แม้ว่าฟอร์มการเล่นในครึ่งแรกของนัดล่าสุดจะดูเฉื่อยชา แต่ศักยภาพของนักเตะระดับโลกอย่าง แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม ก็ยังสามารถช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะมาได้แบบไม่ยากเย็น แถมกุนซือชาวเยอรมันยังรักษาสถิติไร้พ่ายในการคุมทีมแข่งขันอย่างเป็นทางการ 11 นัดติดต่อกัน ด้านความพร้อมของทีมแม้จะเจอปัญหาในตำแหน่งแบ็กขวาเนื่องจาก รีซ เจมส์ และ จาเรลล์ ควอนซาห์ มีอาการบาดเจ็บจนต้องส่ง เจด สเปนซ์ ลงทำหน้าที่แทน แต่ขุมกำลังในแนวรุกอย่าง บูกาโย ซาก้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยังพร้อมสนับสนุนเกมรุกอย่างเต็มที่ ขณะที่ ดีอาร์ คองโก ทีม "เสือดาว" สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้เป็นครั้งแรก โดยพวกเขามีทีเด็ดจากการสวนกลับของ โยอัน วิสซ่า และความเก๋าเกมของ เซดริก บากัมบู ร่วมถึงมีเกมรับที่เหนียวแน่นนำโดยกัปตันทีม ชานเซล เอ็มเบมบ้า ทว่าเมื่อเทียบมาตรฐานฟอร์มการเล่นและระดับความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะแล้ว ทัพ อังกฤษ ยังคงดูเหนือกว่าชัดเจนและน่าจะเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่ ก่อนจะอาศัยความเฉียบคมของ แฮร์รี่ เคน เบียดเอาชนะทีมแกร่งจากแอฟริกาที่ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บไปได้ในท้ายที่สุดเพื่อตีตั๋วสู่รอบต่อไป
คาดการณ์สกอร์ : อังกฤษ 2-0 ดีอาร์ คองโก
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: อังกฤษ - เนื่องจากพวกเขามีผู้เล่นระดับโลกที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ในพริบตาอย่าง แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม ประกอบกับทีมของ โธมัส ทูเคิล มีมาตรฐานการเล่นและสถิติไร้พ่ายที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ทีม "เสือดาว" จะต้านทานไหว
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - เนื่องจาก ดีอาร์ คองโก น่าจะมาเน้นตั้งรับลึกด้วยระบบหลัง 5 ตัวตามที่เคยใช้ในเกมใหญ่เพื่อจำกัดพื้นที่แนวรุกของ อังกฤษ อีกทั้งทัพ "ราชสีห์คำราม" มักมีสไตล์การเล่นที่เน้นผลการแข่งขันคว้าชัยชนะแบบประคองตัวทำให้ประตูจะไม่ขาดลอย
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - เนื่องจากเกมรับของ อังกฤษ ยังคงเล่นได้อย่างรัดกุมและเสียประตูกระปริบกระปรอย ขณะที่แนวรุกของทีม "เสือดาว" แม้จะมีทีเด็ดจาก โยอัน วิสซ่า แต่การเจอกับกองหลังระดับสูงของยุโรปทำให้น่าจะเจาะทำประตูได้ยาก
ทีมได้ประตูแรก : อังกฤษ - เนื่องจากขุมกำลังที่เหนือกว่าในทุกตำแหน่งจะทำให้ทีม "ราชสีห์คำราม" เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้ากดดันตั้งแต่ต้นเกม และอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของริมเส้นอย่าง บูกาโย ซาก้า หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในการเจาะเข้าทำประตูออกนำไปก่อน